เคยไหมเข้าร้านหนังสือทีไรก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนอยากไปเข้าห้องน้ำทุกครั้ง คุณไม่ได้เป็นแบบนี้อยู่คนเดียวหรอก ชาวญี่ปุ่นเรียกสิ่งนี้ว่า ปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ (Mariko Aoki Phenomenon)   

ปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ คืออะไร

ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 หญิงชื่อมาริโกะ อาโอกิ (Mariko Aoki) ได้ส่งจดหมายไปยังนิตยสารหนังสือของญี่ปุ่น (Hon no Zasshi) เพื่ออธิบายถึงอาการปวดท้องทุกครั้งที่เข้าไปในร้านหนังสือ ลำไส้ของเธอก็เหมือนจะทำงานผิดปกติ นิตยสารได้ตีพิมพ์จดหมายฉบับนี้ในฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1985 และในไม่ช้าก็ชัดเจนว่าอาโอกิไม่ใช่คนเดียวที่ประสบกับเรื่องนี้ ผู้อ่านคนอื่นๆ ได้ส่งจดหมายมาเล่าประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน นิตยสาร Hon no Zasshi จึงได้ใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยมในเรื่องนี้ตีพิมพ์บทความพิเศษขนาดยาวชื่อ “ปรากฏการณ์ที่กำลังเขย่าวงการร้านหนังสือ!” 

บทความของมาริโกะไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเชื่อมโยงระหว่างการเข้าไปในร้านหนังสือกับการรู้สึกอยากถ่ายหนักอย่างกะทันหัน ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้จะมีมานานแล้ว แต่ไม่ได้มีคนสนใจจริงจัง จนกระทั่งมีนิตยสารตีพิมพ์เรื่องนี้ออกมา แม้ว่าอาการนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมากเลยทีเดียว ปรากฏการณ์นั้นได้รับการตั้งชื่อว่า “ปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ” เป็นการยกย่องที่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงที่กล้าหาญพอที่จะพูดในสิ่งที่ผู้คนมากมายในร้านหนังสือคิดและรู้สึก (มีรายงานว่าอาโอกิไม่รังเกียจที่จะถูกตั้งชื่อตามปรากฏการณ์นี้)

ร้านกาแฟก็ทำให้คุณอยากไปเข้าห้องน้ำ

ไม่ใช่แค่การดื่มกาแฟเท่านั้นที่ทำให้คุณขับถ่ายได้ดี แต่การได้อยู่ในร้านกาแฟแม้ว่าไม่ได้ดื่มกาแฟก็สามารถช่วยให้คุณรู้สึกมวนท้องอยากเข้าห้องน้ำได้ เรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากดร. Saurabh Sethi ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร เขาใช้ TikTok เพื่ออธิบายให้ผู้ติดตามทราบว่าการเข้าร้านกาแฟมีความสัมพันธ์กับอาการนี้อย่างไร

สิ่งนี้เกิดขึ้นเช่นเดียวกันเมื่ออยู่ในร้านหนังสือ อาการมวนท้องอยากขับถ่ายเกิดจาก “กลิ่น” เมื่อคุณได้กลิ่นกาแฟก็ทำให้รู้สึกอยากขับถ่ายได้เช่นกัน เนื่องจากกลิ่นของคาเฟอีนสามารถกระตุ้นการหดตัวของลำไส้ใหญ่แม้ว่าจะไม่ได้บริโภคก็ตาม 

ปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาจำนวนหนึ่งในญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่าอาการนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศ และพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณสองถึงสี่เท่า ผู้ที่ทำงานในร้านหนังสืออาจมีภูมิคุ้มกันต่ออาการนี้แล้ว และมีรายงานผู้ป่วยในเด็กเพียงไม่กี่ราย อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการวิจัยในวงกว้าง ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสรุปแนวโน้มเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน

ซึ่งสาเหตุที่เป็นไปได้ของปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิ มีตั้งแต่ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ทฤษฎีสมคบคิด ไปจนถึงแนวคิดอื่น ๆ ที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองสิ่งนี้ ดังนั้นเราขอหยิบยกสาเหตุ 4 ประการที่มีการพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับปรากฏการณ์มาริโกะ อาโอกิมานำเสนอ

กลิ่นของกระดาษและหมึกที่เชื่อมโยงกับลำไส้และสมอง

บางคนเชื่อว่ากลิ่นของกระดาษและหมึก โดยเฉพาะหนังสือเก่า ๆ เป็นตัวกระตุ้นความอยากขับถ่าย Conelisa Hubilla เขียนไว้ใน Science Times ว่ากลิ่นของหนังสือต่างจากกรณีที่กลิ่นหอมของหัวหอมทำให้คนเราร้องไห้ เพราะในกรณีนี้ กลิ่นของหนังสือไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของร่างกายในลักษณะนั้น แต่เป็นเพราะสมองมีแนวโน้มที่จะเชื่อมโยงกลิ่นของหนังสือเข้ากับพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การขับถ่าย

ซึ่งนักวิจัยปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ Shinichiro Namiki กล่าวว่า ทฤษฎีนี้ยากที่จะพิสูจน์ได้ เนื่องจากไม่พบอาการดังกล่าวกับคนที่ทำงานในโรงพิมพ์หรือร้านหนังสือ และอาการดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในสถานที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับกลิ่นหนังสือ เช่น ร้านเช่าวิดีโอ หรือบางทีคนที่ทำงานเกี่ยวกับหนังสือตลอดเวลาอาจจะชินกับมันไปแล้วก็ได้

ลองนึกภาพว่าคุณมีนิสัยชอบอ่านหนังสือเวลาเข้าห้องน้ำ หากคุณได้กลิ่นกระดาษและหมึกที่ค่อนข้างแรง (เช่น เวลาอยู่ในร้านหนังสือ) สมองของคุณอาจตีความว่านี่คือสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องขับถ่ายแล้ว

ท่าทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย

การจะหาหนังสือที่ต้องการบนชั้นวางนั้น คุณจำเป็นต้องย่อ ก้ม และบิดตัวไปมา ซึ่งการขยับร่างกายในลักษณะนี้จะไปกระตุ้นการทำงานของลำไส้ จนอาจทำให้รู้สึกปวดอุจจาระขึ้นมาได้

ทฤษฎีสมคบคิดสุดโต่ง

และข้อสันนิษฐานที่หลุดโลกที่สุดคือเรื่องที่ว่าอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์แอบสมคบคิดกับอุตสาหกรรมกระดาษชำระ โดยกลุ่มคนที่เชื่อในทฤษฎีนี้อ้างว่า โรงพิมพ์มีการใส่สารเคมีลงในเนื้อกระดาษ ซึ่งสารดังกล่าวจะออกฤทธิ์เป็นยาระบายเมื่อสูดดมเข้าไป ส่งผลให้ความต้องการใช้กระดาษชำระเพิ่มสูงขึ้น เอ่อะ… ข้อนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ

ความกระวนกระวายใจ

มนุษย์มักรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำเมื่อต้องเผชิญกับข้อมูลปริมาณมหาศาล ดังนั้น การไปเยือนสถานที่ต่าง ๆ เช่น พิพิธภัณฑ์ ร้านสะดวกซื้อ ร้านกาแฟ หรือห้างสรรพสินค้า จึงมักทำให้ผู้คนรู้สึกกระวนกระวายใจเนื่องจากได้รับข้อมูลหรือสิ่งเร้ามากเกินไป (sensory overload) ซึ่งสภาวะดังกล่าวอาจนำไปสู่ความรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำในที่สุด