
มัทฉะเป็นชาเขียวญี่ปุ่นที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก ชาเขียวมัทฉะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ การรับประทานมัทฉะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
มัทฉะมีคาเฟอีนเข้มข้นกว่าชาเขียวชนิดอื่น ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ยี่ห้อ และกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการดื่มมัทฉะเกรดพิธีการแบบดั้งเดิมที่ใช้การตีผงชากับน้ำร้อน หรือการใส่ส่วนผสมในเครื่องดื่ม อย่างเช่น มัทฉะลาเต้ สมูทตี้ หรือแม้แต่ขนมอบอย่างคุกกี้ เค้ก ยังสามารถใช้ในอาหารคาวได้เช่นกัน เช่น การผสมลงในน้ำสลัด หรือแม้แต่เครื่องปรุงรสสำหรับผักย่าง การเลือกใช้มัทฉะเป็นส่วนผสมประกอบในอาหารและเครื่องดื่มนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้เมนูอาหารจากมัทฉะนั้นมีสีสันแปลกตาน่ารับประทานอย่างยิ่ง
ประโยชน์ของมัทฉะ
มีผลการศึกษาเกี่ยวกับมัทฉะพบว่ามัทฉะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ทั้งช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ ตับ และช่วยในการลดน้ำหนัก ด้านล่างที่เรากำลังจะอธิบายเพิ่มเติมนี้เป็นข้อดีที่คุณจะได้รับจากการดื่มหรือรับประทานมัทฉะนั่นเอง
มัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง
มัทฉะอุดมไปด้วยคาเทชิน (catechins) ในปริมาณสูง ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชในชาที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ชาเขียวมัทฉะจะถูกปลูกในร่ม เมื่อเก็บเกี่ยวใบชา ปริมาณคาเทชินจะต่ำกว่าชาเขียวชนิดอื่น ซึ่งเมื่อละลายในน้ำแล้วจะให้ปริมาณคาเทชินเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า
มีการศึกษาหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการให้หนูทดลองกินอาหารเสริมมัทฉะช่วยลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ และเพิ่มฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL ในร่างกาย การรับประทานมัทฉะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความเสียหายของเซลล์ และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังหลายชนิด
ส่งเสริมการเผาผลาญไขมันและลดน้ำหนัก
ชาเขียวเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความสามารถในการช่วยลดน้ำหนัก และมักเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก มีการศึกษาพบว่าชาเขียวมัทฉะเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีคาเฟอีนและคาเทชิน (catechins) ในปริมาณสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าชาเขียวมัทฉะสามารถเพิ่มการเผาผลาญไขมันระหว่างออกกำลังกายได้มากถึง 35%
การศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่ามัทฉะช่วยเพิ่มการเผาผลาญและช่วยเผาผลาญไขมัน ซึ่งการดื่มชาเขียวมัทฉะเป็นประจำควบคู่กับการออกกำลังกายช่วยลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น มีการศึกษาวิจัยในปี 2020 สรุปว่า การดื่มชาเขียวมากถึง 500 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย อาจช่วยลดดัชนีมวลกายได้ แม้ว่าการศึกษาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ชาเขียว ชาเขียวมัทฉะก็มาจากพืชชนิดเดียวกันและมีสารประกอบที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นชาเขียวมัทฉะก็อาจช่วยควบคุมน้ำหนักตัวโดยการปรับการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมันได้
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง
งานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าส่วนประกอบหลายอย่างในมัทฉะสามารถช่วยเสริมการทำงานของสมองได้ ชาเขียวมัทฉะอุดมไปด้วยโพลีฟีนอล (Polyphenols) กรดอะมิโน (Amino Acids) และแอล-ธีอะนีน (L-Theanine) ในปริมาณสูง
มีการศึกษาเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันระหว่างสารประกอบแอล-ธีอะนีนและคาเฟอีนต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมองและอารมณ์ พบว่าผู้ที่ดื่มมัทฉะมีความแม่นยำในการทำงานมากขึ้น รวมถึงความจำก็ดีขึ้นด้วย ซึ่งสารประกอบแอล-ธีอะนีน จะช่วยกระตุ้นความตื่นตัว และช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียที่อาจเกิดขึ้นจากคาเฟอีน
ชาเขียวมัทฉะจะช่วยเพิ่มคลื่นอัลฟ่าในสมอง ซึ่งมีหน้าที่ช่วยทำให้จิตใจสงบ ทำให้คุณมีสมาธิในการใช้ความคิด และรู้สึกตื่นตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งไม่ใช่ความตื่นตัวแบบกระวนกระวาย แต่เป็นความสงบและความชัดเจนที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับเป้าหมายในชีวิตได้
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อวัดประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ผู้เข้าร่วมบางกลุ่มดื่มชาเขียวมัทฉะหรือรับประทานชาเขียวมัทฉะอัดแท่ง 4 กรัม ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งดื่มชาหรือขนมอัดแท่งหลอก พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียวมัทฉะหรือขนมอัดแท่งจริงแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในด้านความสนใจ การตอบสนอง และมีความจำที่ดีเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มชาหรือขนมหลอก อีกทั้งยังมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการบริโภคผงชาเขียว 2 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน ช่วยปรับปรุงการทำงานของสมองในผู้สูงอายุอีกด้วย
ช่วยสร้างเสริมสุขภาพหัวใจ
สารประกอบในมัทฉะคล้ายกับสารประกอบที่พบในชาเขียวชนิดอื่น ในชาเขียวมัทฉะมีสารคาเทชิน (catechins) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักชนิดหนึ่ง ที่พบว่าช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจวายได้ เนื่องจากในชาเขียวมัทฉะมีคุณสมบัติในการลดความดันโลหิต ต้านการอักเสบ และต้านการเกิดลิ่มเลือด นอกจากนี้คาเทชินยังมีฤทธิ์ลดไขมันในเลือด จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามัทฉะมีหน้าที่ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น ธัญพืชไม่ขัดสี ผัก ผลไม้ ปลา และอาหารที่มีน้ำตาล ไขมัน โซเดียม และคอเลสเตอรอลต่ำ ดังนั้นนอกจากจะดื่มมัทฉะแล้ว อย่าลืมรับประทานอาหารที่ถูกต้อง ควบคู่ไปกับการการออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพหัวใจที่ดี
ความเสี่ยงจากการบริโภคมัทฉะ
แม้ว่ามัทฉะจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ก็ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ เนื่องจากในมัทฉะมีปริมาณคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวชนิดอื่น ๆ ในขณะที่คาเฟอีนอาจมีประโยชน์ แต่หากบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไปอาจส่งผลเสีย เช่น ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น
นอกจากนี้การบริโภคคาเทชินในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับตับ แม้ว่าพวกเขาจะระบุว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อบริโภคชาเขียวเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม มีงานวิจัยชี้ว่าปริมาณคาเทชินและ EGCG (Epigallocatechin Gallate) 338 มิลลิกรัมต่อวันนั้นปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นปริมาณที่มีอยู่ในผงมัทฉะประมาณ 4 กรัม หรือ 2 ช้อนชาพูน อย่างไรก็ตามปริมาณสูงสุดที่ร่างกายสามารถรับประทานผงมัทฉะได้นั้นอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัย จึงควรรับประทานมัทฉะในปริมาณที่พอเหมาะ และควรเลือกมัทฉะออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองเพื่อลดความเสี่ยงจากสิ่งเจือปน
ชาเขียวมัทฉะมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อย นอกจากนี้ยังชงเป็นชาได้ง่าย และเหมาะสำหรับนำไปผสมในเครื่องดื่มปั่น ขนมหวาน ลาเต้ และอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ
I like to stay at home, writing random stuff and watching series. I enjoy learning new things and exploring new ideas.