
กลิ่นตัวของคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงชีวิต อย่างเด็กทารกก็มักจะมีกลิ่นเด็กที่หอมสดชื่นเป็นเอกลักษณ์ วัยรุ่นก็มีกลิ่นเฉพาะตัวที่แตกต่างออกไป อย่างผู้สูงอายุก็มีกลิ่นตัวเฉพาะตัวเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีบางชนิดในร่างกายตามวัย ซึ่งกลิ่นนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นกลิ่นไม่พึงประสงค์เสมอไป
การเปลี่ยนแปลงของกลิ่นตัวเป็นเรื่องปกติ
ความชรานำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง รวมถึงกลิ่นเฉพาะตัว หรือที่คนชอบเรียกกันว่า “กลิ่นแก่” กลิ่นเฉพาะตัวนี้ มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ เกิดจากกลิ่น Nonenal ซึ่งเป็นสารประกอบที่เกิดจากการสลายตัวของกรดไขมันในผิวหนัง แตกต่างจากกลิ่นตัวทั่วไป ซึ่ง Nonenal มีลักษณะเป็นขี้ผึ้ง ไม่ดูดซับน้ำ และติดอยู่บนเสื้อผ้าและผิวหนังแม้จะซักเสื้อผ้าเป็นประจำก็ตาม
กลิ่น Nonenal มักเริ่มปรากฏขึ้นเมื่ออายุประมาณ 40 ปี เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ร่างกายผลิตสารต้านอนุมูลอิสระได้น้อยลง เมื่อการต่อต้านอนุมูลอิสระบนผิวหนังลดลง จึงส่งผลให้กรดไขมันไม่อิ่มตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับอากาศและก่อให้เกิดกลิ่น Nonenal ซึ่งแม้ว่ากลิ่น Nonenal จะสังเกตได้ชัดเจนที่สุดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แต่บางคนอาจมีอาการเร็วกว่านั้นเนื่องจากพันธุกรรม อาหาร หรือวิถีชีวิต
หลายคนมักไม่รู้ตัวว่ามีกลิ่น Nonenal จนกว่าจะมีคนอื่นสังเกตเห็น เนื่องจากเป็นกลิ่นที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ทำให้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายทั่วไปไม่สามารถกำจัดกลิ่นนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ที่พยายามควบคุมกลิ่นตัวรู้สึกหงุดหงิด หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และความเป็นอยู่โดยรวม
ปัจจัยที่ทำให้เกิดกลิ่นแก่ก่อนวัย
พฤติกรรมการใช้ชีวิต
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อแดง อาหารที่มีไขมันเยอะ ของทอด อาหารทะเล และอาหารที่มีกลิ่นแรง อย่างกระเทียม หัวหอม และเครื่องเทศ มักปล่อยสารประกอบกำมะถันที่ถูกขับออกมาทางเหงื่อและรูขุมขน อาหารที่มีเครื่องเทศมากทำให้ผู้สูงอายุเหงื่อออกมากขึ้นทำให้เกิดกลิ่นตัวมากขึ้น
ในทำนองเดียวกัน อาหารแปรรูปก็ทำให้เกิดกลิ่นตัวได้เช่นกัน อาหารที่มีน้ำตาล เกลือ และสารเติมแต่ง ร่างกายจะถูกย่อยได้อย่างรวดเร็วส่งผลกระทบต่อแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้เกิดการเจริญเติบโตมากเกินไปของสารประกอบที่ก่อให้เกิดกลิ่น อาหารแปรรูปที่มีไขมันสูงจะย่อยช้าลงหรือแตกตัวเป็นสารที่มีกลิ่น
นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำจะเพิ่มการเกิดออกซิเดชัน (Oxidation) ในร่างกาย ซึ่งจะเพิ่มการผลิตสารประกอบ 2-Nonenal ทำให้กลิ่นตัวแรงขึ้น
ภาวะสุขภาพ
โรคบางอย่าง เช่น เบาหวานและโรคไตสามารถเปลี่ยนกลิ่นตัวของคุณได้ เมื่อร่างกายย่อยไขมันแทนกลูโคสในกรณีของเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ คีโตนจะสะสมและทำให้เกิดกลิ่นผลไม้ในลมหายใจและเหงื่อ
โรคไต ทำให้ไตเสียหาย ผลที่ตามมาคือ อวัยวะที่เสียหายไม่สามารถกรองของเสียออกจากเลือดได้อย่างเหมาะสม ของเสียที่สะสมอยู่ในร่างกายจะถูกขับออกมาทางลมหายใจและผิวหนัง ทำให้เกิดกลิ่นคล้ายแอมโมเนียหรือกลิ่นคาวปลา
การติดเชื้อ โดยเฉพาะแบคทีเรียและเชื้อรา สามารถทำให้เกิดกลิ่นเหม็นบนผิวหนังได้ โดยปกติแล้วผิวหนังจะมีแบคทีเรียที่สมดุลอยู่ แต่การติดเชื้อจะทำให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้น โดยเฉพาะในบริเวณที่ชื้น เช่น รอยพับของผิวหนัง ของเสียจากแบคทีเรียจะทำให้เกิดกลิ่นฉุนและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของการผลิตไขมัน ซึ่งจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันและก่อตัวเป็น Nonenal งานวิจัยในวารสาร Free Radical Biology and Medicine ระบุว่า การสลายตัวแบบออกซิเดชันของกรดไขมัน Omega-7 ในไขมันผิวหนังทำให้เกิด 2-Nonenal ซึ่งตอกย้ำว่าอายุและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนรวมกันทำให้เกิดกลิ่นตัว (PMC)
นอกจากนี้ในวัยหมดประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่ผู้หญิงประสบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนครั้งใหญ่ ผู้หญิงในวัยนี้อาจมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นและเหงื่อออกมากขึ้นซึ่งเป็นผลมาจากอาการร้อนวูบวาบ ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงในช่วงวัยหมดประจำเดือน ทำให้องค์ประกอบของเหงื่อมีกลิ่นมากขึ้น ระดับเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในเหงื่อจะสูงขึ้น ซึ่งสามารถดึงดูดแบคทีเรียและทำให้เกิดกลิ่นตัวได้ ความเครียดและความวิตกกังวลจะเพิ่มสูงขึ้นในระยะนี้เช่นกัน และกระตุ้นให้ต่อม Apocrine glands ซึ่งผลิตกลิ่นตัวเกิดการขับเหงื่อออกมา
ดูแลตัวเองเพื่อช่วยลดกลิ่นแก่
รักษาสุขภาพด้วยการรับประทานอาหาร
ลดการบริโภคอาหารที่มีกลิ่นแรง อาหารที่มีไขมันสูง และอาหารแปรรูป และให้เพิ่มการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากขึ้น เช่น ชาเขียว ผักใบเขียว และผลไม้ตระกูลส้ม เพื่อต่อต้านความเครียดจากอนุมูลอิสระและบำรุงสุขภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ดีที่สุดสำหรับผิวสุขภาพดีหลังอายุ 40 ปี
ดื่มน้ำให้เพียงพอและขัดผิวเป็นประจำ
ให้ความสำคัญกับสมดุลความชุ่มชื้นทั้งภายในและภายนอกร่างกายด้วยการดื่มน้ำและขัดผิวเป็นประจำ การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายจะช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยขับสารพิษ และทำให้ผิวชุ่มชื้น อีกทั้งยังทำให้ผู้สูงวัยรับมือกับปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น อาการหายใจลำบากได้ ส่วนการขัดผิวให้เน้นขัดผิวบริเวณที่มีต่อมไขมันเยอะซึ่งเป็นสาเหตุของการสะสมของคราบไขมัน
อาบน้ำเช้า-เย็น
การอาบน้ำทุกวันช่วยกำจัดกรดไขมันและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่น Nonenal ให้อาบน้ำให้สะอาด โดยเน้นจุดที่มีต่อมไขมันเยอะ เลือกใช้น้ำอุ่น และเลือกใช้สบู่ที่ช่วยกำจัดกลิ่น Nonenal โดยเฉพาะ เช่น สบู่ที่มีสารสกัดจากลูกพลับ เพื่อสลายสารประกอบที่ก่อให้เกิดกลิ่น สระผมให้สะอาดโดยเน้นที่หนังศีรษะ นอกจากนี้แนะนำให้ใช้โลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำด้วย เนื่องจากผิวแห้งสามารถกักเก็บกลิ่นได้ ทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันก็ช่วยลดการเกิดกลิ่น Nonenal ได้
การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว
แนะนำให้ผู้สูงอายุเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นสำหรับผิวผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เช่น สบู่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สบู่ลูกพลับ สบู่ที่มีวิตามิน C และ E สบู่ชาเขียว ใช้เจลอาบน้ำที่ช่วยระงับกลิ่น โลชั่นที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ผู้เชี่ยวชาญและความเห็นจำนวนมากใน Reddit เห็นพ้องต้องกันว่า การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดกลิ่นได้อย่างมาก ช่วยผู้สูงวัยมีบุคลิกภาพที่ดี มั่นใจในตัวเองมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายมีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตขึ้นมาเพื่อผู้สูงวัยโดยเฉพาะหาซื้อได้ง่ายตามร้านค้าและทางออนไลน์
ซักเสื้อผ้าและเครื่องนอนให้สะอาด
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Nonenal จะตกค้างอยู่บนผ้า ดังนั้นการซักผ้าด้วยเบกกิ้งโซดาหรือน้ำส้มสายชูจะช่วยสลายคราบน้ำมัน หรือลองใช้ผงซักฟอกที่มีเอนไซม์เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
สวมใส่ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
ควรเลือกใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ผ้าใยสังเคราะห์สามารถกักเก็บกลิ่นได้ ในขณะที่เส้นใยธรรมชาติ เช่น
ผ้าฝ้าย – ระบายอากาศได้ดีและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้
ผ้าไผ่ – มีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติและนุ่ม
ผ้าลินิน – ช่วยลดเหงื่อในสภาพอากาศอบอุ่น
วัสดุเหล่านี้ช่วยในเรื่องการระบายอากาศดีขึ้นและลดการกักเก็บกลิ่น ลดการกักเก็บเหงื่อ ทำให้กลิ่นตัวลดลง จึงไม่ควรใส่เสื้อผ้าซ้ำ
การที่ร่างกายมีกลิ่นเฉพาะตัวนั้นไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป เนื่องจากสิ่งนี้เป็นเรื่องทางชีววิทยา ตัวอย่างเช่น เด็กทารกมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ดึงดูดใจแม่ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ากลิ่นตัวของผู้สูงอายุช่วยกระตุ้นความรู้สึกคิดถึงอดีตในคนรุ่นใหม่ ดังนั้น กลิ่นตัวของผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องที่น่าอับอายอย่างแน่นอน แม้ว่ากลิ่นตัวจะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติเมื่อคุณอายุมากขึ้น แต่เราสามารถเตรียมดูแลตัวเองล่วงหน้าเพื่อให้เราแก่ชราตามธรรมชาติได้อย่างสง่างามและมั่นใจมากขึ้น
I like to stay at home, writing random stuff and watching series. I enjoy learning new things and exploring new ideas.