กระต่ายเป็นสัตว์ที่โชคดีที่สุดในบรรดาสัตว์ตามปีนักษัตรจีน กระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตา ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ ความงามและสง่างาม เชื่อกันว่าคนที่เกิดปีเถาะเป็นคนสุขุมเยือกเย็น มักหลีกเลี่ยงการต่อสู้และการเผชิญหน้า มีความเป็นศิลปิน เฉลียวฉลาด และทำทุกอย่างด้วยความสามารถของพวกเขาได้ยอดเยี่ยมที่สุด

สัญลักษณ์กระต่าย

สัญลักษณ์กระต่ายมีความหมายทั้งในแง่บวกและลบ อย่างที่ได้กล่าวไว้ว่าในวัฒนธรรมจีน กระต่ายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ ส่วนในญี่ปุ่น กระต่ายเป็นตัวแทนของโชคลาภ การก้าวไปข้างหน้า และความฉลาด อีกทั้งยังมีตำนานที่กล่าวถึงกระต่ายในแง่การเป็นเป็นผู้ส่งสารของพระเจ้า (คามิ) แต่ในตำนานของชาวแอซเท็ก (Aztec) สัญลักษณ์กระต่ายมีความเกี่ยวข้องกับความมึนเมาและเรื่องทางเพศ

แต่ถึงอย่างไรในวัฒนธรรมส่วนใหญ่สัญลักษณ์กระต่ายก็ยังคงความหมายในแง่บวก ที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรือง และ ความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความมาจากความสามารถในการสืบพันธุ์ของกระต่ายที่เลื่องชื่อ

กระต่ายบนดวงจันทร์

นอกจากนี้กระต่ายยังมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับดวงจันทร์ในหลายวัฒนธรรม ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อมองเห็นดวงจันทร์จากโลก ในดวงจันทร์ที่เหลืองนวลดูเหมือนมีรูปกระต่ายอยู่ในนั้น

ในนิทานพื้นบ้านของจีน เรามักเห็นกระต่ายหยกเป็นสหายของเทพธิดาแห่งดวงจันทร์นามว่าแม่นางฉางเอ๋อ กล่าวกันว่ากระต่ายมีหน้าที่ตำสมุนไพรเพื่อนำไปปรุงยาอายุวัฒนะให้เทพธิดาฉางเอ๋อ นอกจากนี้ตำนานกระต่ายบนดวงจันทร์ที่คล้ายกันก็มีอยู่ในหมู่ชาวอเมริกาเหนือและอเมริกากลางด้วย

กระต่ายกับเทศกาลอีสเตอร์

แล้วกระต่ายกลายเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลอีสเตอร์ได้อย่างไร กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและไม่วางไข่ด้วยซ้ำ? ที่จริงแล้วกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ของเทพีออสตรา (Eostra) ซึ่งเป็นเทพีแห่งฤดูใบไม้ผลิและความอุดมสมบูรณ์ จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อคุณพิจารณาว่ากระต่ายเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์ กระต่ายสามารถผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อยและออกลูกได้หลายครอกในหนึ่งปี เชื่อกันว่าสัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ผลิและความอุดมสมบูรณ์นี้น่าจะรวมเข้ากับประเพณีของชาวคริสต์ในเยอรมนีช่วงศตวรรษที่17 วันหยุดอีสเตอร์ของคริสเตียนซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูจึงกลายเป็นประเพณีนอกรีตที่เฉลิมฉลองการเกิดใหม่และความอุดมสมบูรณ์

ในขณะที่ฤดูใบไม้ผลิเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ สัญลักษณ์เหล่านี้ก็มีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ จากงานเขียนของเยอรมนีในศตวรรษที่17 กล่าวถึง “Osterhase” (กระต่ายอีสเตอร์) เป็นครั้งแรกตามนิทานพื้นบ้าน กระต่ายอีสเตอร์จะวางไข่หลากสีไว้ในรังหรือตะกร้าของเด็กที่มีความประพฤติดี ผู้อพยพชาวเยอรมันนำประเพณีอีสเตอร์เข้าสู่สหรัฐอเมริกาในศตวรรษที่18 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเพณีดังกล่าวได้พัฒนาให้รวมช็อคโกแลตและของเล่นนอกเหนือจากไข่อีสเตอร์ด้วย

สรุป กระต่ายอีสเตอร์และไข่อีสเตอร์มีต้นกำเนิดมาจากสัญลักษณ์นอกรีตของฤดูใบไม้ผลิและการเกิดใหม่ ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมาสัญลักษณ์โบราณเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ของชาวคริสต์ ซึ่งทั้งสองประเพณีได้รวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นสิ่งที่บางคนเฉลิมฉลองในวันนี้

….

..

เมื่อทราบถึงสัญลักษณ์ของกระต่ายกันพอสังเขปแล้ว หากคุณเกิดอยากเลี้ยงกระต่ายหรือเลี้ยงกระต่ายอยู่แล้ว ข้อเท็จจริงด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจที่จะรับเลี้ยง หรือดูแลกระต่ายได้ดียิ่งขึ้น

ในปัจจุบันกระต่ายยังคงเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงยอดนิยมในหลาย ๆ ประเทศ แต่กระต่ายก็เป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่คนมักเข้าใจผิดมากที่สุด เรามาทำความรู้จักกับกระต่ายก่อนที่จะเลี้ยงกัน

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระต่าย

1.กระต่ายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการมองเห็นและการได้ยิน

กระต่ายส่วนใหญ่สามารถหมุนใบหูได้ 180 องศา การหมุนนี้สามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของเสียงได้ นอกจากนี้กระต่ายยังสามารถมองเห็นเกือบ 360 องศาอีกด้วย

2.กระต่ายสื่อสารโดยใช้รหัสลับ

กระต่ายเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว แต่ร่างกายของมันนั้นก็บอบบางมาก กระต่ายมีท่าทางที่เปลี่ยนไปและมีใบหน้าเกร็งเมื่อรู้สึกกังวล ซึ่งสัญญาณที่ว่านี้คุณอาจจะไม่สังเกตเห็นหากคุณไม่ได้ตั้งใจมองมัน นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ผู้เลี้ยงมักเข้าใจผิด กระต่ายจึงไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

3.กระต่ายออกหากินตอนพลบค่ำ

นั่นหมายความว่ากระต่ายส่วนใหญ่จะออกหากินในเวลาพลบค่ำและรุ่งเช้า และบางช่วงเวลาในตอนกลางคืน ส่วนช่วงเวลาอื่น ๆ พวกมันชอบงีบหลับ

4.พวกมันชอบเข้าสังคมมาก

กระต่ายชอบอยู่กับผู้คนและมักจะจำเจ้าของได้ด้วยสายตาและเสียง แต่เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ล่าเหยื่อ มันจึงชอบให้เท้าทั้งสี่อยู่บนพื้นอย่างมั่นคง ว่ากันว่ากระต่ายเป็นสัตว์ที่สามารถฝึกได้

5.แครอทไม่ใช่อาหารที่ดีที่สุดสำหรับพวกมัน

รากผักอย่างแครอทไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอาหารตามธรรมชาติของกระต่าย นอกจากนี้ในแครอทยังมีน้ำตาลสูง ดังนั้นจึงควรให้แครอทเป็นครั้งคราวและในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น

6.ฟันผุเป็นเรื่องปกติในกระต่าย

ปัญหาฟันผุในกระต่ายป้องกันได้ เจ้าของหลายคนลงเอยด้วยการพากระต่ายไปหาสัตวแพทย์หลายครั้งเพราะกระต่ายของพวกเขามีปัญหาเกี่ยวกับฟันหรือปัญหาในช่องปาก เช่น ฝี ซึ่งปัญหาฟันของกระต่ายส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการให้อาหารที่เหมาะสมแก่ฟันกระต่าย แม้ว่าบางอย่างจะเกิดจากพันธุกรรมก็ตาม

กระต่ายต้องการหญ้าแห้งหรือหญ้าสดในปริมาณที่พอเหมาะไว้สำหรับแทะ ซึ่งอาหารประจำวันของพวกมันควรประกอบด้วยหญ้าอย่างสม่ำเสมอถึง 90% การจัดหาหญ้าให้กระต่ายเป็นสิ่งจำเป็น ควรมีไว้สำหรับพวกมันตลอดทั้งวัน หากต้องการรักษาสุขภาพทางเดินอาหารและฟัน

7.ฟันกระต่ายเติบโตขึ้นตลอดชีวิต

ฟันของกระต่ายยังคงเติบโตต่อไปตลอดชีวิต ดังนั้นพวกมันจึงต้องเคี้ยวหญ้าแห้งหรือหญ้าเป็นเส้น ๆ เพื่อช่วยให้ฟันสึก เช่นเดียวกันกับการป้องกันไม่ให้ฟันงอกมากเกินไป การเข้าถึงหญ้าแห้งในปริมาณที่สม่ำเสมอช่วยให้ระบบย่อยอาหารของพวกมันดำเนินไปอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งการให้หญ้าหรือหญ้าแห้งในสัดส่วนที่สูงแก่กระต่ายของคุณจะช่วยให้ฟันที่โต และปัญหาในช่องปากที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝี หมดไป

8.พวกมันรักสะอาดมาก

กระต่ายจับหูของมันแล้วเอาลงมาปิดหน้าเพื่อทำความสะอาดร่างกายตนเอง หากกระต่ายของคุณมีอุจจาระบริเวณก้น อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ ดังนั้นจึงควรพาพวกมันไปหาสัตว์แพทย์เพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป

9.กระต่ายกินอุจจาระของตัวเอง

ไม่ต้องกังวล! เพราะการที่กระต่ายกินอุจจาระของตัวเองเป็นเรื่องธรรมชาติ เนื่องจากระบบย่อยอาหารของมัน พวกมันจึงสร้างมูลพวงองุ่น (caecotrophs) การรับประทานอุจจาระตัวเองเป็นการปรับลำไส้ของกระต่ายและจะทำให้พวกมันได้รับสารอาหารกลับเข้าสู่ร่ายกายได้มากที่สุด

10.การสะกดจิตกระต่าย = ทรมานกระต่าย

ความเข้าใจผิดที่ว่าการทำให้กระต่ายเคลิบเคลื้มด้วยการลูบขาหลังและหลังจะทำให้กระต่ายมีความสุขและผ่อนคลาย ซึ่งที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เมื่อกระต่ายอยู่ในท่านี้ กระต่ายจะเข้าสู่ภาวะ “Tonic immobility” หรือพฤติกรรมแกล้งตาย ไม่ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอก ซึ่งจากการศึกษาพบว่ากระต่ายที่ถูกสะกดจิตจะแสดงการตอบสนองทางสรีระวิทยาคล้ายกับกระต่ายที่เคยประสบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ

11.กระต่ายมีสัญชาตญาณสัตว์ป่า

แม้ว่ากระต่ายเลี้ยงจะมีสายพันธุ์ตามบ้าน แต่มุมมองของพวกมันที่มีต่อโลกก็ยังใกล้เคียงกับกระต่ายป่า เนื่องจากพวกมันเป็นสัตว์ล่าเหยื่อ และพวกมันก็ถูกล่าโดยสัตว์ชนิดอื่นในป่า การใช้ชีวิตของพวกมันจึงเป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอด พวกมันจึงอยู่ในสภาพตื่นตัวตลอดเวลา สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมกระต่ายหลายตัวถึงไม่ชอบให้จับ และอาจวิ่งหนี ซ่อน หรือกัดหากคุณพยายามจับมัน มือของคุณไม่ต่างอะไรกับกรงเล็บของนกนักล่าที่โฉบลงมาจับพวกมัน

12.กระต่ายกระโดดตัวลอยเมื่อพวกเขามีความสุข

เมื่อกระต่ายทำท่ากระโดดตัวลอยพร้อมถีบเท้าหลังออก (หรือที่เรียกว่า binky) นั่นหมายถึงพวกมันกำลังมีความสุขอย่างแท้จริง

13.กระต่ายมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 12 ปี

กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ระหว่าง 8-12 ปี ดังนั้นจึงเป็นเรื่องดี ที่จะคิดว่าคุณสามารถดูแลพวกมันได้นานเท่านี้หรือไม่ ก่อนที่จะรับกระต่ายมาเลี้ยง

14.กระต่ายตัวเดียวคือกระต่ายที่โดดเดี่ยว

เนื่องจากกระต่ายเป็นสัตว์ที่ชอบเข้าสังคม พวกมันจะมีความสุขที่สุดเมื่ออยู่ร่วมกับสายพันธุ์ของมันเอง การเลี้ยงกระต่ายที่ดีที่สุดคือ การให้มันอยู่รวมกัน โดยให้ทำหมันกระต่ายทั้งตัวผู้และตัวเมีย หากแยกมันออกมาตัวเดียว กระต่ายจะซึมเศร้าและหดหู่ได้

15.กระต่ายต้องการพื้นที่มากเพื่อสุขภาพที่ดี

จากการศึกษาพบว่ากระต่ายอายุน้อยที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอให้วิ่งเล่นมีแนวโน้มที่จะกระดูกหัก นั่นเป็นเพราะกระต่ายเหล่านี้ไม่ได้มีพื้นที่ให้ได้ขยับร่างกายอย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพที่ดี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *